ยาว่านชักมดลูกหมอเส็ง, ยาสตรีหมอเส็ง
ในยา 240 กรัม เตรียมจากส่วนประกอบสำคัญ
| ว่านชักมดลูก | 70 กรัม |
| ฝาง | 35 กรัม |
| โกฐเชียง | 50 กรัม |
| เอี๊ยะบ๊อเช่า | 35 กรัม |
| และตัวยาอื่นๆ |
วิธีรับประทาน
รับประทานครั้งละ 2 – 3 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หลังอาหาร
คำเตือน
1. สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน
2. ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
สรรพคุณยาแคปซูลว่านชักมดลูก 222 ตราหมอเส็ง (ยาหน้าขาว)
แก้ประจำดือนมาไม่ปกติ ขับน้ำคาวปลา ช่วยปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำ เหี่ยวย่น ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวดำ ที่เกิดจากฝ้าแดด ฝ้าลม ฝ้าเลือด ฝ้าที่เกิดจากยาคุม ให้หน้าขาวนวลขึ้น ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นให้กระชับเนียน มีน้ำมีนวลขึ้น และช่วยกระชับกล้ามเนื้อเสริมหน้าอกให้เต่งตึง เป็นยาที่ทำงานจากภายในสู่ภายนอก
ยาแคปซูลว่านชักมดลูก 222 ตราหมอเส็ง (สมุนไพรหน้าขาว) มีส่วนผสมพิเศษจากดอกของว่าน ซึ่งต้นหนึ่งจะมีแค่ดอกเดียวเท่านั้น ช่วยให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล สดใส หน้าที่เป็นฝ้าหรือเป็นแผลเป็นจะจางลง หน้าที่ดำๆด่างๆจะขาวใสขึ้น แถมยังกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วนสัด โดยเฉพาะทรวงอกจะเต่งตึงขึ้น
การแมะ คือ อะไร
การแมะ คือ การตรวจโดยการจับชีพจร แต่จุดมุ่งหมายและวิธีการตรวจนั้นต่างกัน ในศาสตร์แพทย์แผนจีนกล่าวว่าภายในเส้นเลือดนั้นนอกจากจะมีเลือดอยู่ภายใน แล้วยังมีชี่ หรือที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า ลมปราณ อยู่ด้วย ลมปราณจะเป็นตัวที่ขับดันเลือดให้ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย(ที่ทำให้ เกิดชีพจร) โดยที่ลมปราณที่ไปยังอวัยวะต่างๆนั้น จะสามารถดูถึงความผิดปกติได้ในตำแหน่งที่ต่างกันในขณะจับชีพจร และความช้า เร็ว ของชีพจรก็จะเป็นตัวบอกถึงสภาพของแต่ละคนได้(ในภาวะที่ร่างกายอยู่ในสภาพ ปกติ ไม่เหนื่อยหรือหลังทานอาหารใหม่ๆ เป็นต้น) เช่น เร็ว-โรคของอวัยวะกลวง โรคร้อน ช้า-โรคของอวัยวะตัน โรคเย็น ลอย-โรคจากภายนอก จม-โรคจากภายใน แรง-ภาวะแกร่ง อ่อนแอ-ภาวะพร่อง เนิบช้า-ความชื้น แน่น- ความเย็น และมือซ้าย สามารถดูได้ถึงอวัยวะ เช่น หัวใจ ตับ ไต ,มือขวา-ปอด กระเพาะอาหาร ไต เป็นต้น ซึ่งถ้าหมอจีนที่มีประสบการณ์สูงๆ ก็สามารถดูได้ว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง แต่ถ้าเพิ่งเริ่มเรียนก็สามารถดูได้คร่าวๆก่อน เช่น หัวใจ ตับ ไต กระเพาอาหาร เป็นต้น
การแมะเพื่อตรวจสอบชีพจรนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะตรวจหรือแมะกันบริเวณข้อมือ เพราะว่าบริเวณข้อมือมีจุดต่างๆที่หมอแมะสามารถจับชีพจรได้ และจุดจับชีพจรบนข้อมือแต่ละข้างก็สื่อถึงการทำงานของอวัยวะที่แตกต่างกันออกไป เช่น หมอแมะจะตรวจสอบการทำงานของกระเพาะอาหาร ต้องตรวจสอบทางด้านมือขวา แต่ถ้าต้องการแมะเพื่อตรวจสอบการทำงานของลำไส้เล็ก ก็ต้องแมะกันที่มือซ้าย เป็นต้น
หมอเส็งพูดเรื่องการแมะ
ข้างล่างนี้เป็นคำพูดของหมอเส็งเกี่ยวกับเรื่องการแมะ
การแมะนั้นจะเกี่ยวข้องกับการมีสมาธิ คนตรวจจะต้องมีสมาธิพอสมควร ถ้าคนที่แมะเก่งๆ หากตรวจหัวใจคนไข้บางทีต้องควบคุมการเต้นของหัวใจตัวเองกับคนไข้ว่ามีจังหวะ เดียวกันมั้ย เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิต้องมีบ้าง มาถึงจะไปจับส่งเดชไม่ได้นะครับ แล้วการจับชีพจรนี่ก็จับตรวจโรคได้บางอย่าง บางอย่างก็ตรวจไม่พบ ไม่ใช่ว่าจับชีพจรแล้วจะตรวจพบหมดนะครับ การตรวจจากชีพจรเนี่ยมันบอกถึงการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด ความร้อนความเย็นในร่างกายมันจะบอกได้จากชีพจรทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นรหัสการเต้นของชีพจรก็คือรหัสของโรค เราต้องอ่านรหัสแปลเป็นโรค วิธีการจับก็อยู่ในบริเวณข้อมือซึ่งจะมีชีพจรอยู่ ซึ่งถ้าชำนาญจับเดี๋ยวเดียวก็รู้
บรรยากาศของการแมะกับหมอเส็ง
นำมาให้ทุกท่านได้ดูกันเป็นตัวอย่างกับบรรยากาศการแมะกับหมอเส็งที่บริษัท แสงสุริยะฉัตร 2002 จำกัด ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถ้าดูจากภาพจะเห็นถึงพลังความศรัทธาของคนจำนวนมากที่มารอตรวจโรคหรือแมะกับหมอเส็ง เท่าที่ผมทราบจากประสบการณ์ในการแมะของหมอเส็งในแต่ละครั้งมีจำนวนผู้คนที่มารอการแมะของท่านไม่ต่ำกว่า 500 คน (ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ 500 คน) ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมากจริงๆ
หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่ารู้ได้ไงว่าถึง 500 คน ก็นับจากบัตรคิวนะสิครับ การแมะของหมอเส็งกับคนจำนวนมากขนาดนั้น ก็จำเป็นต้องมีการเรียงคิวเป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ
คนที่มารอการแมะกับหมอเส็งก็มีอาการไม่สบายแตกต่างกันไป ตั้งแต่คนเจ็บป่วยที่สามารถมารับการตรวจแมะได้ด้วยตนเองจนกระทั่งคนเจ็บป่วยที่ต้องนั่งรถเข็นและต้องให้ญาติพี่น้องช่วยดูแล
ในส่วนของกระบวนการแมะของหมอเส็งนั้น เริ่มต้นจากการที่ท่านได้รับบัตรคิวเสียก่อน แต่เนื่องจากคนที่ไปรอรับการแมะกับหมอเส็งมีอยู่จำนวนมาก ถ้าไปรอรับบัตรคิวช้าอาจจะทำให้ต้องรอการแมะกับหมอเส็งนานก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากแมะกับหมอเส็งก่อนก็ต้องรีบจองคิวก่อน จากนั้นให้ท่านกรอกรายละเอียดอาการไม่สบายของท่านว่าเป็นอะไร มีอาการอย่างไร รอสักครู่ประมาณ 14.00 น. คุณหมอเส็งจะเริ่มการแมะ ซึ่งจะเรียกตามคิว คิวละ 50 คน ถ้าหมดคิวนี้ก็จะเรียกอีก 50 คนเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกคน
ถ้าท่านถึงคิวของท่านที่จะได้แมะกับหมอเส็งแล้ว ท่านต้องเข้าไปให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาการไม่สบายของท่านกับผู้ช่วยของคุณหมอเส็ง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2-3 ท่าน (ทุกๆครั้งหนึ่งในนั้นจะเป็นคุณเล็ก ซึ่งท่านเป็นภรรยาของคุณหมอเส็งเคียงข้างตลอด ก็คนที่นั่งด้านขวามือคุณหมอเส็งในภาพนั่นแหละครับ) ที่คอยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่คุณหมอเส็งจะทำการแมะ
การแมะของคุณหมอเส็งจะใช้วิธีการจับชีพจรที่หลังมือ แล้วสอบถามอาการต่างๆ ด้วยตัวคุณหมอเส็งเอง ซึ่งจะใช้เวลาไม่นานนัก จากนั้นคุณหมอเส็งจะจัดยาให้กับคนที่ไม่สบาย และเขียนลงในบัตรคิวว่าต้องทานยาอะไรบ้าง เป็นอันเสร็จสิ้นการแมะต่อคน
ทำไมต้องแมะกับหมอเส็ง ?
อันนี้เราคงต้องร้องขอให้ท่านมาพิสูจน์ด้วยตนเอง เท่าที่ผมทราบคนที่มาแมะกับหมอเส็งมีอยู่จำนวนหนึ่งที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาเค้าได้ หรือบางท่านไปพบแพทย์มา 5 ครั้งแต่ก็ยังรักษาไม่ได้อะไรประมาณนั้น ความเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดกับตัวเอง แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วทุกคนอยากดีขึ้นและกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมใช่ไหมครับ ?
อีกประเด็นหนึ่ง คือ ถ้าหลายๆท่านเคยได้ยินชื่อเสียงของคุณหมอเส็งมาก่อน ท่านอาจจะเคยได้ทราบมาบ้างแล้วว่า ก่อนหน้านี้การที่ท่านจะได้รับการแมะกับคุณหมอเส็งนั้นเป็นเรื่องยาก และถึงแม้ท่านจะได้รับการแมะกับหมอเส็งก็จริง แต่ท่านอาจจะต้องจ่ายค่าแมะเป็นหมื่นบาทกันแลยทีเดียว (อันนี้ไม่นับรวมค่ายาครับ) แล้วตอนนี้ละถ้าจะแมะกับหมอเส็งต้องเสียเงินหรือเปล่า เราบอกไว้ตรงนี้เลยว่า
ตอนนี้แมะกับหมอเส็งหรือตรวจโรคกับหมอเส็ง ฟรี!
เพราะฉะนั้นไม่ต้องรีรออะไรอีกแล้วครับ เป็นโอกาสดีที่จะได้รับการตรวจโรคกับหมอเส็งหรือแมะกับหมอเส็งนั้นมาถึงท่านแล้ว
อยากจะแมะกับหมอเส็งทำอย่างไรดี ?
ทางผมและทีมงานสามารถอำนวยความสะดวกให้ท่านที่อยากจะแมะกับหมอเส็งหรือตรวจโรคกับหมอเส็งได้แบบไม่มีเงื่อนไข ตั้งแต่การจองคิว การตรวจโรคกับหมอเส็งจนกระทั่งการรับยา และคำแนะนำอื่นๆ ติดต่อเราได้เลยครับ
อยากให้ทุกท่านสุขภาพดี
แล้วพบกันครับ
อ่านแล้วดีขอพี่ช่วยแชร์ด้วยจ้า!